5 สิ่งอัศจรรย์เกาะชวา ที่ควรไปเยือนสักครั้งในชีวิต!!!

5 Miracles Thing in Java (Indonesia)

      ถ้าพูดถึง “อินโดนีเซีย” หลายคนคงจะนึกถึง บาหลี สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ที่ฮิตติดลมบนกันไปแล้ว แต่ตอนนี้นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคนคงจะค้นพบแล้วว่า อินโดไม่ได้มีดีแค่บาหลี แต่บนเกาะชวาที่อยู่ใกล้ๆกันก็มีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย

      ให้เราได้อึ้ง ทึ่ง ในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและวัฒนธรรม

ทริปนี้เราขอพาทุกคนไปตะลุยกันทั่วเกาะชวา ไล่จากชวาตะวันออกกันไปเลยว่าที่นี่มีอะไรดีๆกันบ้าง

1. Kawah Ijen

คาวาอิเจี้ยน แต่คนอินโดออกเสียงกันว่า กาวาอิเจี้ยน เป็นภูเขาไฟที่มีการระเบิดหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 1817 โดยการระเบิดได้ทำให้เกิดทะเลสาบรอบๆปล่อง จากเดิมน้ำเป็นสีขาว แล้วค่อยๆเปลี่ยนสีมาเรื่อยๆจนเป็นสีเขียวฟ้าที่สวยงามอย่างปัจจุบัน

WHEN : เริ่มเดินขึ้น 01.00 น. ให้ทันดู Blue Fame ตอนประมาณ ตีห้า

HOW : การที่จะขึ้นไปสัมผัสความสวยงามนั้นต้องเจอกับความทรหดเป็นอย่างมาก เพราะต้องเดินขึ้นเขาระยะทาง 3 กิโลเมตร ฟังดูไม่ไกลแค่ 3 โลเอง แต่ย้ำนะคะ!!! ว่าเดินขึ้นลูกเดียว ทางชันมาก เจอทางราบน้อยมาก มีหลายต่อหลายคนโอดครวญบอกกันว่าทางโหดแบบที่ว่าภูกระดึงเรียกพี่กันเลยทีเดียว

แต่รู้อย่างนี้แล้วไม่ต้องตกใจไปค่ะ เขามีบริการ Taxi ซึ่งก็คือรถเข็นค่ะ นั่งแล้วให้คนอินโดเข็นเราขึ้นไป ชิลๆ ค่าบริการประมาณ 1,800 บาทไทยค่ะ

WHO : นักท่องเที่ยวขาลุย ที่รักการเดินป่าเดินเขาเป็นชีวิตจิตใจ หรือผู้ที่รักการสัมผัสความสวยงามแบบแปลกใหม่

MUST HAVES:

  1. รองเท้าสำหรับเดินโดยเฉพาะ จะทำให้สบายเท้า
  2. ไฟฉาย เพราะนิยมเดินขึ้นกันแต่เช้ามืดเพื่อไปให้ถึงข้างบนตอนเช้า แสงจะสวย
  3. ไม้เท้าเดินป่า ช่วยได้อย่างมากในการพยุงตัวเดินขึ้นทางชัน
  4. น้ำดื่ม ไว้จิบระหว่างทาง
  5. เสื้อคลุมกันหนาวกันน้ำค้าง
  6. หน้ากากกันควันกำมะถัน
  7. กล้องถ่ายรูปเจ๋งๆ

 

2. Blawan Waterfall

น้ำตกอยู่ใกล้ๆกับ Kawah Ijen น้ำไหลแรงมากๆ สวยงาม ถ้ามา Kawah Ijen ควรแวะชมน้ำตกด้วยถึงจะครบ

WHEN : ไปเถอะ แต่อย่าค่ำ เพราะแสงถ่ายรูปจะไม่สวย

HOW : ลงรถที่จุดจอด แล้วเดินเข้าไปได้สบายๆ

WHO : นักท่องเที่ยวขาลุย ที่รักการเดินป่าและสายน้ำ

MUST HAVES :

  1. รองเท้าที่กระชับ เกาะพื้นผิว และสามารถเปียกได้ เพราะพื้นค่อนข้างลื่นและเปียก
  2. กล้องถ่ายรูป

 

3. Bromo

     ภูเขาไฟโบรโม  เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ การปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2547 และตั้งแต่ช่วงปลายปี พ.ศ. 2553 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มีความสูง 2,329 เมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว  เนื่องจากมีความสูงไม่มากนักและสามารถเดินทางขึ้นถึงยอดปล่องได้โดยง่าย

     ชื่อ โบรโม มาจากตัวสะกดในภาษาชวาของคำว่า “พรหม” ซึ่งเป็นพระนามของเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ในเดือนธันวาคมของทุกปีจะมีเทศกาล Yadnya Kasada ชนชาวพื้นเมืองจะเดินเท้าขึ้นไปบนปากปล่องภูเขาไฟ และประกอบพิธีเซ่นไหว้เทพเจ้าโดยการโยนอาหาร ดอกไม้ และสัตว์บูชายัญลงในปล่องภูเขาไฟ 

WHEN : ตื่นแต่เช้าไปดูวิวพระอาทิตย์ขึ้นตอนประมาณ ตี 5 ถึง หกโมง ที่จุดชมวิว เราจะเห็นภูเขาไฟโบรโม่ในระยะไกล ได้เห็นมุมกว้างและเปลวควันที่พวยพุ่งออกมา สวยงามมาก หลังจากนั้นลงมาสัมผัสโบรโม่แบบใกล้ชิด แนะนำให้ชมช่วงเช้า อากาศดีถ้ามาตอนสายแดดจะร้อน เนื่องจากเป็นพื้นที่โล่งกว้าง จึงยากต่อการหลบแสงแดด

HOW : ขึ้นรถจิ๊ปไปตรงจุดจอดรถ แล้วก็เลือกค่ะว่าจะเดินชิลๆไป หรือจะขึ้นม้าไปดี ถ้าขึ้นม้าก็เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 400 บาทไทย ระยะทางไม่ไกลมาก พอถึงตีนเขาจะมีบันไดให้ขึ้นไปแบบสบายๆ แต่พอถึงปากปล่องแล้วก็เดินกันด้วยความระมัดระวังกันด้วยเน้อ เพราะที่กั้นของเขาสูงมายังไม่ถึงเข่า ถ้าโดนชนอย่างแรงมีสิทธ์ได้ตีตั๋วชมปากปล่องอย่างใกล้ชิดชนิดหัวจุ่มกันเลย

WHO : ผู้ที่ชื่นชอบการได้เห็นอะไรแปลกๆใหม่ๆ เพราะปากปล่องภูเขาไฟ คงไม่ได้มีให้เห็นกันเยอะแยะนักนะ

MUST HAVES :

  1. เสื้อผ้าที่พร้อมเปื้อนเพราะช่วงที่เดินหรือขึ้นม้า ฝุ่นจะเยอะ
  2. ผ้าปิดจมูกกันฝุ่น
  3. น้ำดื่ม ไว้แก้กระหาย
  4. เงิน ไว้ซื้อของกินแถวๆตีนเขา ขอแนะนำมาม่า กินหลักสิบแต่ได้วิวหลักล้าน
  5. พกกำลังขากันไปดีๆ ไม่ได้ลำบากนะ แต่เผื่อถึงยอดปล่องแล้วขาสั่น
  6. กล้องถ่ายรูป

 

4. Candi Borobudur

     มหาสถูปโบโรบูดูร์ คนไทยรู้จักในชื่อ บุโรพุทโธ ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของเกาะชวา โดยบุโรพุทโธเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธนิกายมหายาน 

      ถ้าไม่นับนครวัดของกัมพูชาซึ่งเป็นทั้งศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและศาสนาพุทธ บุโรพุทโธจะเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก

     ในปีพ.ศ. 2534 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้บุโรพุทโธเป็นมรดกโลก ยิ่งใหญ่สวยงามจริงๆ

WHEN : แนะนำให้ไปช่วงเช้า หรือไม่ก็ช่วงเย็นๆ เพราะตอนกลางวันแดดค่อนข้างร้อนจัด

HOW : ง่ายๆ คือซื้อตั๋วเข้าชม เหมือนวัดพระแก้วของเรา

WHO : ผู้ที่ชื่นชอบความงามที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาและโบราณสถาณ

MUST HAVES :

  1. ทาครีมกันแดดไปแน่นๆค่ะ
  2. ร่ม ไว้ป้องกันแสงแดด
  3. น้ำดื่ม
  4. ท่าโพสสวยๆเวลาถ่ายรูป
  5. กล้องถ่ายรูป

*** ตรงทางเข้า และทางออกจะมีพ่อค้าแม่ค้า มาขายของที่ระลึกให้เรา ถ้าไม่สนใจให้เดินหนีห้ามคุยใดๆทั้งสิ้น แต่ถ้าสนใจให้ต่อหนักๆเลยค่ะ ราคาจะลดลงเป็นเท่าตัว

 

5. Candi Prambanan

 จันดีปรัมบานัน หรือ จันดีราราจงกรัง คือเทวสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในเขตชวากลาง  ในปัจจุบัน ปรัมบานันถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลกและนับได้ว่าเป็นหนึ่งในศาสนสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ สถาปัตยกรรมของที่นี่มีความใหญ่โตโดดเด่นด้วยงปรางค์ซึ่งมีความสูงถึง 47 เมตร

WHEN : แนะนำให้ไปช่วงเช้า หรือไม่ก็ช่วงเย็นๆ เพราะตอนกลางวันแดดค่อนข้างร้อนจัด

HOW : ง่ายๆ คือซื้อตั๋วเข้าชม แล้วก็เดินชมรอบๆ พร้อมไหว้พระที่อยู่ในปรางค์

WHO : ผู้ที่ชื่นชอบความงามที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา และโบราณสถาณ

MUST HAVE :

  1. ทาครีมกันแดดไปแน่นๆค่ะ
  2. ร่ม ไว้ป้องกันแสงแดด
  3. น้ำดื่ม
  4. ท่าโพสสวยๆเวลาถ่ายรูป
  5. กล้องถ่ายรูป

 

ใครที่ไปเกาะชวาแล้วไม่รู้จะซื้ออะไรกลับมาฝากคนที่ไทยดี ขอแนะนำเป็นสละค่ะ ของเขาจะรสชาติไม่เหมือนของไทยเรา ของเขาจะกรอบ หอม หวานๆเปรี้ยวๆ เคี้ยวเพลินดีค่ะ ขอให้ทุกคนเอนจอยกับการเดินทางค่ะ

เรื่อง/ภาพ: วรรษมนต์ พลอยแดง

Advertisements

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.