6 วิธี เลือกแปรงสีฟันไฟฟ้า แบบไหนคือใช่สุด!

แปรงสีฟันไฟฟ้า มีสารพัดรูปแบบที่่วางจำหน่ายในท้องตลาด จะเลือกแบบไหนให้โดนใจ มาดู 6 วิธี เลือกแปรงสีฟันไฟฟ้ากันเลย

  1. เข้าใจประเภทของแปรงสีฟันไฟฟ้าแบบใส่แบตเตอรี่ หรือ แปรงสีฟันไฟฟ้าชนิดชาร์จ

แปรงสีฟันชนิดชาร์จ จะต้องเปลี่ยนหัวแปรงทุกๆ สองถึงสามเดือน แมาพร้อมกับเทคโนโลยีการทำความสะอาดที่แตกต่างกัน ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับการสั่น – หมุน (การทำความสะอาด 3D)
ในทางกลับกัน แปรงสีฟันที่ใช้แบตเตอรี่ใช้แบตเตอรี่ AA พวกเขามีความคล้ายคลึงกันในการออกแบบเพื่อแปรงฟันด้วยตนเอง แต่มีการสั่นสะเทือนเพียงพอ ที่จะให้การทำความสะอาดเพิ่มเติมบางอย่าง

%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b9%822. หัวแปรงสีฟันไฟฟ้าแบบเดี่ยวและหัวต่อคู่
หัวแปรงสีฟันไฟฟ้าแบบหัวเดียวเป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าปกติ ในขณะที่หัวต่อคู่ รวมหัวสองหัวเข้าด้วยกันเพื่อหมุน และอีกอันหนึ่งสำหรับการกวาดจากด้านหนึ่งไปข้างหนึ่ง

philips-sonicare-caanteen
3. โซนิคและอัลตราโซนิค
การสั่นที่ความถี่สูง และเร็ว ช่วยในการกำจัดคราบจุลินทรีย์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

philips-sonicare-caanteen dot com

4. บางรุ่นมีเครื่องจับเวลา

ช่วยให้คุณสามารถประเมินได้ว่า คุณได้แปรงระยะเวลาที่แนะนำไว้ เต็มสองนาทีหรือไม่

5. ด้ามจับนุ่มมือ

แปรงสีฟันไฟฟ้าคุณภาพดี มักมาพร้อมกับด้ามจับที่นุ่มและสบายสำหรับการใช้งานที่ง่ายขึ้น

Daimond-Clean caanteen

6. ควรมีเซนเซอร์ตรวจจับความดัน

เซนเซอร์เหล่านี้ช่วยให้คุณทราบเมื่อคุณกด หรือขัดฟันของคุณหนักเกินไป ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อเคลือบฟัน

การเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่ถูกต้อง อาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพฟันของคุณ ดังนั้นควรคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อนะคะ


 

สมาพันธ์ทันตแพทย์โลก (FDI)[1]  เผยว่า ร้อยละ 40 ของผู้ป่วยโรคเหงือกจะมีโรคเรื้อรังแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอัลไซเมอร์ โรคเบาหวาน โรคปอดบวม มะเร็งตับอ่อนและไต และเกิดปัญหาการมีบุตรได้ เป็นต้น

_mg_0636

พอลลีน (เต็ง) ล่ำซำ กล่าวว่า “ควรดูแลสุขภาพช่องปากให้เป็นกิจวัตร เช่น การแปรงฟันเป็นเวลาสองนาทีวันละสองครั้ง การใช้ไหมขัดฟัน การเคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล และควรพบทันตแพทย์อย่างน้อยหกเดือนถึงหนึ่งปีต่อครั้ง ช่องปากและฟันที่แข็งแรงไม่เพียงแต่จะช่วยให้ดูดีและรู้สึกดีเท่านั้น แต่ยังทำให้รับประทานอาหารได้สะดวก พูดได้ชัดถ้อยชัดคำอีกด้วย”

ด้วยเทคโนโลยีของฟิลิปส์ที่มีอยู่ใน ฟิลิปส์ โซนิคแคร์ จะช่วยการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน และตอบสนองความต้องการของคนยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกสบายได้เองที่บ้าน ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี Dynamic Cleaning Action ด้วยการเคลื่อนไหว 62,000 ครั้งต่อนาที ทำให้เกิด Micro Bubble (ฟองขนาดเล็ก) ซึ่ง Micro Bubble จะถูกผลักเข้าไปทำความสะอาดระหว่างซี่ฟัน

%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b9%82

Philips Sonicare มาพร้อมกับ 5 โหมดการทำงาน ด้ามจับที่ง่ายต่อการอ่าน จอแสดงผลแบบสว่าง แท่นชาร์จมาในรูปแบบแก้วสำหรับใช้ที่บ้านและสายชาร์จแบบพกพาด้วยหัว USB สามารถเสียบแล็ปท็อปได้ และปลั๊กเสียบผนัง แบตเตอร์รี่สามารถใช้งานได้ถึง 3 อาทิตย์

แปรงสีฟันไฟฟ้า Philips Sonicare มีจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่น จำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป ได้แก่

รุ่น Elite+ HX3215/08 ราคา 1,590 บาท

รุ่น Healthy White HX6711/02 ราคา 3,990บาท

รุ่น FlexCare Platinum HX9112/13 ราคา 6,990 บาท

รุ่น DiamondClean HX9332/04 (White) ราคา 8,990 บาท

และ HX9372/04 (Purple) ราคา 8,990 บาท เฉพาะห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล

more information:

โทร. 02-614-3340

www.philips.co.th

Facebook (www.facebook.com/philipsthailand)

Twitter (www.twitter.com/philips_th)

Instagram (@philipsthailand)

Advertisements

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.